สมาชิก



Home รอบรู้สังคมศึกษา สังคมและวัฒนธรรม


สังคมและวัฒนธรรม

Popular
AddThis Social Bookmark Button

คำที่ว่า "สังคมและวัฒนธรรมไม่เพียงแต่เกี่ยวข้องกับกลุ่มคนเท่านั้น

. . .แต่ยังเกี่ยวข้องกับสถานที่และเวลาอีกด้วย" จริงหรือไม่

สังคมไทยกับวัฒนธรรมไทยต่างเกื้อหนุนกัน จึงยังดำรงอยู่ได้ ถึงแม้วัฒนธรรมต่างชาติจะเข้ามามีอิทธิพลอยู่ตลอดเวลา ก็ไม่สามารถลบล้างประเพณี และความเชื่อในหลักพุทธศาสนาไปได้อย่างหมดสิ้น

เรื่องของสังคมและวัฒนธรรมเป็นสิ่งที่แยกจากกันไม่ได้ เปรียบเสมือนเหรียญเงินที่มีด้านหน้าและด้านหลัง สังคมนั้นหมายถึง กลุ่มคนที่อยู่รวมกันในบริเวณใดบริเวณหนึ่งมาช้านาน จนมีความรู้สึกว่าเป็นพวกเดียวกันและมีภาษาขนบธรรมเนียมประเพณี และวิถีทางในการดำรงชี วิตร่วมกันเป็นแบบอย่างเดียวกัน วัฒนธรรมนั้นหมายถึง บรรดาขนบธรรมเนียมประเพณี ภาษา และทุกสิ่งทุกอย่างที่คนในสังคมนั้นสร้างขึ้น มาเพื่อดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันเพราะฉะนั้นถ้าไม่มีสังคมก็ไม่มีวัฒนธรรม ทั้งสองอย่างจึงเป็นของคู่กันอย่างแยกไม่ออก

แต่ทว่าการที่จะทำความเข้าใจกับคำว่าสังคมและวัฒนธรรมนั้นเป็นเรื่องค่อนข้างยากเพราะดูเป็นนามธรรมที่ไม่อาจกำห นดให้เป็นรูปธรรมที่ชัดเจนได้ อย่างเช่น ถ้าหากว่าสังคมหมายถึงกลุ่มชนแล้ว ก็ไม่มีอะไรมากำหนดเป็นกรอบเป็นเกณฑ์ว่ากลุ่ม ชนขนาดใดถึงจะเป็นสังคม อาจเป็น ได้ทั้งกลุ่มคนที่รวมอยู่ในประเทศเดียวกันลงมาจนถึงเมือง บ้าน และครัวเรือนในระดับภูมิภาคและท้องถิ่น เป็นสิ่งที่ส่งผลไปถึงวัฒนธรรม ทำให้บางสิ่งเห็นได้อย่างชัดเจนแต่บางสิ่งก็ไม่ชัดเจน ยกตัวอย่างเช่นสังคมไทยเป็นสังคมที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เช่นนี้เห็น ได้ชัดทั้งบุคคลทุกผู้ทุกนามในประเทศ แต่ถ้าหากบอกว่าในประเพณีการเกิดของคนไทยนั้น เมื่อเด็กเกิดมาแล้วต้องมีแม่ซื ้อกล่าวคือ สมมติให้มีหญิงที่คุ้นเคยกับครอบครัวของเด็กมาขอซื้อเด็กไปจากพ่อแม่ เพื่อเป็นการอ้างและแสดงให้ผีรู้ ว่าพ่อแม่ไม่อาลัยรักในลูกจึงให้คนอื ่นซื้อไป เพราะถ้าแดสงว่ารักลูกห่วงลูกแล้ว ผีที่มีจิตใจริษยาอาจมาเอาชีวิตเด็กไปได้ ประเพณีเช่นนี้ไม่อาจกล่าวยได้ว่าเป็นประเพณีหรือวัฒนธรรมของคนไทยทั้งประเทศได้ เพราะบางท้องที่ บางครอบครัว อีกเป็นจำนวนมากอาจไม่มีประเพณีแม่ซื้อดังกล่าวก็ได้ ดังนั้นการที ่จะอธิบายว่า คนไทยต้องมีประเพณีแม่ซื้อจึงเป็นเรื่องไม่ตรงกับความเป็นจริงทั้งหมด หรือบางทีในท้องถิ่นหนึ่งผู้คน ในท้องถิ่นนั้นเคยมีประเพณีแม่ซื้ออยู่ในสมัยหนึ่งนานมาแล้ว แต่ปัจจุบันประเพณีดังกล่าวเสื่อมหรือหมดไป โดยไม่มีใครปฏิบัติ อีกแล้ว ก็เป็นเรื่องที่ไ ม่อาจจะอธิบายได้ว่าเป็นประเพณีของคนไทยในปัจจุบันเช่นกัน

คุณสมบัติที่ทำให้มนุษย์แตกต่างไปจากสัตว์สังคมอื่นๆ คืออะไร

โดยนัยเช่นนี้การทำความเข้าใจเกี่ยวกับสังคมและวัฒนธรรม จึงเป็นเรื่องที่ไม่เพียงแต่สัมพันธ์กับกลุ่มคนเท่านั้น หากยังเกี่ยวข้องกับสถานที่และเวลาอีกด้วย ซึ่งผลของความสัมพันธ์เช่นนี้ ทำให้ลักษณะของสังคมและวัฒนธรรมเป็นสิ่งที่ไม่ใ ช่ภาพนิ่งแต่เป็นภาพ ที่เคลื่อนไหว เพราะฉะนั้นสังคมและวัฒนธรรมจึงมีธรรมชาติที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้การที่จะเข้าใจในเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องมีการวินิจและวิเคราะห์กันจึงจะแลเห็นและเกิดความเข้าใจได้ แต่ทว่าการจะวิเคราะห์ได้ก็ต้องมีแนวคิด ทฤษฎี และวิธีการ ซ ึ่งเป็นเรื่องที่จะต้องทำความเข้าใจเป็นพื้นฐานเสียก่อน แนวคิดอย่างกว้าง ๆ ที่จะทำความเข้าใจเรื่องของสังคมและวัฒนธรรมในที่นี้คือ การเริ่มต้นจากการทำคึวามเข้าใจเกี่ยวกับม นุษย์ นั่นก็คือ มนุษย์เป็นสัตว์โลกชนิดหนึ่งที่อยู่ด้วยตนเองตามลำพังไม่ได้ ต้องอย ู่ร่วมกับผู้อื่นตั้งแต่แรกเกิดจนตายจึงเป็นสัตว์ที่เรียกว่าสัตว์สังคม สัตว์สังคมอื่น ๆ ก็มีอีกมากมาย เช่น พวกมด ผึ้ง ปลวก ไปจนถึงสัตว์ที่มีรูปร่างคล้ายกับมนุษย์ เช่น พวกลิง แต่มนุษย์ก็แตกต่างไปจากบรรดาสัตว์สังคมอื่น ๆ เหล่านั้นตรงที่ว่า มีช่วงเว ลาที่ต้องพึ่งผู้อื่นยาวนานกว่า เช่น เมื่อเด็กแรกเกิดมาก็ต้องอาศัยการดูแลของพ่อแม่ ญาติพี่น้อง และครอบครัวเป็นเวลานา นก่อนที่จะเติบโตและช่วยตัวเองได้ ยิ่งกว่านั้นต้องอาศัยการเรียนรู้และปรับตัวเองเพื่อที่จะอยู่ร่วมกันกับผู้ อื่นในสังคมตลอดเวลา โดยเฉพาะความสาม ารถในการเรียนรู้ การส่งภาษาอันเป็นเรื่องของสัญลักษณ์และการสื่อสารได้อย่างกว้างขวางนั้น เป็นคุณสมบัติสำคัญที่ทำให้มนุษย์แตกต่างไปจากบรรดาสัตว์สังคมอื่น ๆ อย่างสิ้นเชิง เพราะบรรดาสัตว์อื่นนั้นความสามารถในการเรียนรู้และการส่งภาษามีน้อยมาก อีกทั้งการรวมกลุ่มอ ยู่รวมกันก็เป็นเรื่องที่เป็นไปโดยสัญชาตญาณมากกว่า ดังเช่นพวกสัตว์ประเภทผึ้ง มด ปลวก เป็นต้น มีลักษณะอย่างใดก็เป็นอย่างนั้น โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงเท่าใด ในขณะที่การรวมกลุ่มทางสังคมของมนุษย์มีลักษณะเคลื่อนไหวและเปลี่ยนตลอดเวลา

ชีวิตของมนุษย์จะเกี่ยวข้องกับองค์ประกอบ ๓ อย่างคืออะไรบ้าง

ตามที่กล่าวมานี้ก็พอจะสรุปให้เห็นได้ว่าชีวิตของมนุษย์โดยทั่วไปนั้น จะต้องเกี่ยวข้องกับองค์ประกอบ 3 อย่างที่มีความสัมพันธ์กันอย่างแยกไม่ได้ คือ โครงสร้างสังคม ระบบเศรษฐกิจ และระบบความเชื่อในเรื่องของจักรวาล ความสัมพันธ์อย่างได้ดุลระหว่างองค์ประกอบทั้ ง 3 อย่างนี้ จะเป็นสิ่งที่ทำให้สังคมมนุษย์ดำรงอยู่ได้ทั้งความต้องการทางวัตถุและด้านจิตใจ ดังนั้นในการเสนอให้เห็นภา พพจน์ทางสังคมและวัฒนธรรมไทยในที่นี้ จึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับองค์ประกอบทางสังคมและวัฒนธรรมทั้งสามอย่างที่กล่าวมานี้เป็นสำคัญ

โครงสร้างสังคมสังคมไทยเป็นสังคมที่มีทั้งเหมือนและแตกต่างกันกับสังคมในประเทศอื่นๆ ทั่วโลกที่ว่าเหมือนกันก็คือ เป็นสังคมมนุษย์เหมือน กันแต่ละสังคมต่างก็เกี่ยวข้องกับเรื่องของโครงสร้างสังคม ระบบทางเศรษฐกิจ และความนึกคิดในเรื่องจักรวาลและระบบความเชื่อเหมือนกัน แต่ที่ต่างกันก็เนื่องมาจากการอยู่ในตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ และมีความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ที่แตกต่างกัน การปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมดังกล่าวทำให้มีรูปแบบทางวัฒนธรรมแตกต่างไปจากสังคมอื่น ๆ เพราะฉะนั้นการที่จะทำความเข้าใจถึงลักษณะโครงสร้างสังคม และรูปแบบทางวัฒนธรรมของไทยให้เกิดภาพพจน์ขึ้นอย่างเข้าใจนั้น จำเป็นต้องกล่าวถึงสภาพภูมิศาสตร์และความเป็นมาทางประวัติศาสตร์เป็นพื้นฐานเสียก่อน

เศรษฐกิจ กลุ่มชนต่างชาติที่สำคัญที่ทำให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจเข้าสู่ชนบทในระดับเมืองเล็ก ๆ ที่เป็นศูนย์กลางของท้องถ ิ่นก็คือพวกคนจีน คนจีนเข้ามาเมืองไทยเป็นเวลานานแล้ว ตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา แต่ทว่าตั้งหลักแหล่งจำกัดอยู่เฉพาะใน เมืองใหญ่ ๆ เท่านั้น โดย มีอาชีพการค้าขายและรับจ้างเฉพาะบางอย่าง เช่นงานช่างฝีมือและเจ้าหน้าที่ประจำเรือค้าขายของทางรัฐบาลไทย ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ฯ คนจีนเข้ามามากโดยเฉพาะตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 ลงมา แพร่กระจายไปตามบ้านเล็กเมืองน้อยและท้องถิ่นต่าง ๆ มีอาชีพและการงานในระดับต่า ง ๆ นับตั้งแต่การเข้ารับราชการเป็นขุนนางเป็นเจ้าภาษีอากร เป็นพ่อค้าทั้งขายปลีก ขายส่งและหาบเร่ เป็นกุลีรับจ้างแบกหา ม งานช่างและงานกรรมกรแทบทุกชนิด โดยย่อก็คือคนจีนสามารถประกอบอาชีพได้มากมายหลายอย่างในขณะที่คนไทยส่วนใหญ่มี อาชีพแต่เพียงเป็นกสิกร เช่น ช าวนาและชาวไร่ที่ทำการเพาะปลูกเพื่อเลี้ยงตัวเองเท่านั้น

จักรวาล ดังได้กล่าวมาแล้วแต่ตอนต้นว่าในการดำรงความเป็นมนุษย์ของคนเรานั้น มิได้หยุดอยู่แค่เพียงความสัมพันธ์ทางสังคมและ< WBR>เศรษฐกิจเท่านั้น หากยังเกี่ยวข้องอย่างแยกออกไม่ได้กับเรื่องของระบบความเชื่อ เพราะระบบความเชื่อมีความหมายความสำคัญทั้งในด้านการบรรเทาความกระวน กระวายทางจิตใจ การสร้างความมั่นใจ และการสร้างพลังใจในการดำรงชีวิตรวมทั้งในขณะเดียวกันก็ช่วยในด้านการรักษาและควบคุมการอยู่ร่วมกันของมนุษย์ให้เป็นไปอย่างราบรื่นอีกด้วย เรื่องของเศรษฐกิจเป็นความต้องการทางวัตถุที่จะทำให้คนเห็นแก่ตัวทำอะไรเฉพาะตัวเองเพื่อพรรคพ วกที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน แต่เรื่องของระบบความเชื่อเป็นเรื่องทางจิตใจที่เป็นของส่วนรวม ซึ่งมีความหมายในอันที่จะเหนี่ยวรั้งความเห็นแก่ตัวทางเศรษฐกิจและทางวัตถุให้อยู่ในระดับที่พอดี

ที่มา. สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน เล่ม ๑๖

http://learning.eduzones.com/68532/กฎหมาย%20การปกครอง%20สังคม/ศัพท์และสารานุกรมสังคมศาสตร์%20:%20สังคมและวัฒนธรรม

สืบค้นเมื่อ 25 มกราคม 2554

 

บทความแนะนำ

ผู้บริหาร


นายมาโนช มณีวิทย์
ผู้อำนวยการ

สารสนเทศ
งานประกันคุณภาพภายใน
ผู้เยี่ยมชม (เริ่ม มกรา 53)
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้903
mod_vvisit_counterเมื่อวาน950
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้4329
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว4524
mod_vvisit_counterเดือนนี้19193
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว20675
mod_vvisit_counterทั้งหมด985269
เรามี 28 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
พยากรณ์อากาศ